วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
10
สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม อยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุดรธานี หนองประจักษ์เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีมาตั้งแต่ก่อนตั้งเมืองอุดรธานี เดิมเรียกว่า "หนองนาเกลือ" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "หนองประจักษ์" เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 เทศบาลเมืองอุดรธานี ได้ทำการปรับปรุงหนองประจักษ์ขึ้นใหม่ เพื่อถวายเป็นราชสักการะแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยบริเวณตัวเกาะกลางน้ำได้จัดทำสวนหย่อมปลูกไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิด และทำสะพานเชื่อมระหว่างเกาะมีน้ำพุ หอนาฬิกา และสวนเด็กเล่น แต่ละวันจะมีประชาชนเข้าไปพักผ่อน และออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก
9 ทะเลบัวแดง
เทศกาลเที่ยวทะเลบัวแดงบานที่หนองหานกุมภวาปี ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานีเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง แต่ด้วยความงดงามของทะเลบัวที่บานสะพรั่งกลางหนองหานระยะทางยาวเป็นกิโลเมตร ก็กลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนท่าเรือบ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี อย่างคับคั่ง บัวแดงเหล่านี้จะบานพร้อมกันเป็นระยะเวลาไม่กี่เดือน เริ่มประมาณ ธันวาคม จนถึง กุมภาพันธ์ของทุกปี ระยะเวลาในการชมดอกบัวแดงบานที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 06.00 น. - 11.00 น. หลังเวลาเที่ยงดอกบัวแดงจะเริ่มหุบกลีบ
ดอกเข้า
8 อุทยานธารงาม
สวนอุทยานน้ำตกธารงาม วนอุทยานน้ำตกธารงาม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าขุนห้วยสามทาก ขุนห้วยกองสี ตำบลหนองแสง มีพื้นที่ทั่งหมดประมาณ ๗๘,๑๒๕ ไร่ ประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๒๗ ลักษณะสภาพพื้นที่ของวนอุทยานฯ เป็นภูเขาสูงชัน และเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่ไหลลงสู่ห้วยสามทาก-ห้วยน้ำฆ้องตลอดปี
จุดเด่นที่น่าสนใจภายในวนอุทยานฯ มีหน้าผา ถ้ำที่สวยงาม และมีลานหิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “แหล” เป็นแหลขนาดใหญ่ เนื้อที่กว้างขวาง มีก้อนหินใหญ่ตั้งวางเรียงราย และซ้อนกันอยู่ และที่จุดนี้สามารถมองเห็นวิวทัศน์ที่อยู่เบื้องล่างได้ พรรณไม้ที่พบเห็นได้แก่ ประดู่ นนทรี ยาง กระบะตะเคียนทอง ตะเคียงเงิน และสัตว์ป่าที่พบได้แก่ หมู่ป่า กระจง ค่าง อีเห็น
สถานที่พัก วนอุทยานน้ำตกธารงามไม่มีบ้านพักบริการสำหรับนักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม หรือทัศนศึกษา จะต้องนำเต็นท์ไปเอง และควรติดต่อขออนุญาตก่อนล่วงหน้าได้ที่ หัวหน้าวนอุทยานน้ำตกธารงาม หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายจัดการวนอุทยาน ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๑ ๔๒๙๒-๓ ต่อ ๗๑๙
การเดินทาง ไปวนอุทยานน้ำตกธารงามอยู่ห่างจากอำเภอหนองแสงประมาณ ๖ กิโลเมตร สามารถใช้เส้นทางในการเดินทางได้ ๓ เส้นทาง ได้แก่
เส้นทางแรก จากอุดรธานี-บ้านเหล่า-โคกลาด-อำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ ๓๕ กิโลเมตร
เส้นทางที่สอง จากอุดรธานีไปบ้านคำกลิ้ง-บ้านตาด-อำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร
เส้นที่สาม จากอุดรธานี-ห้วยเกิ้ง อำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ ๖๐ กิโลเมตร
7 สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์
งอยู่ที่ซอยกมลวัฒนาถนนรอบอุดร-หนองสำโรง จากตัวเมืองใช้เส้นทางหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) ระยะทางประมาณ
6 บ้านคีรีวงก
ทีเด็ดของการมาเที่ยวบ้านคีรีวงกต คือการนั่งรถอีแต๋นเที่ยวป่า! ลัดเลาะราวไพรเข้าไปตามลำห้วยชื่อ ห้วยใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จนไปถึงน้ำตกใสสะอาดที่มีน้ำไหลตลอดปี บ่งบอกเป็นนัยๆ ได้ว่า ผืนป่ารอบหมู่บ้านยังดีอยู่ จึงสามารถดูดซับและปล่อยน้ำออกมาให้ชาวบ้านได้ใช้สอย ดูสิ นอกจากจะได้ใช้อาบกินในบ้าน ในนาไร่แล้ว ยังเกื้อหนุนกับการท่องเที่ยวทำรายได้อย่างยั่งยืนแบบนี้ล่ะ น่าชื่นชมเอาตัวอย่าง

5 ศาลเจ้าปู่ย่า
เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ศูนย์รวมพลังศรัทธาและพลังสามัคคีของพี่น้องชาวจีนทุกตระกูลแส้ในอุดรธานี โดยภายในศาลนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรไปสักการะ 6 อย่าง คือ หนึ่ง “ทีตีแป่บ้อ” เรียกสั้นๆ ว่า “ทีกง” หรือชื่อในภาษาไทย คือ “ศาลเทพยดาฟ้าดิน” สอง “ปึงเถ่ากงม่า” คือ “เจ้าปู่เจ้าย่า” สาม “ศาลเจ้าพ่อหนองบัว” สี่ “ตี่จู๋เอี๊ย” หรือ ชื่อภาษาไทย คือ เจ้าที่เจ้าทางซึ่งก็คือสิ่งศกดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาดูแลสถานที่นั้นๆ ห้า “พระสังกัจจายน์” และ หก คือ “ฉั่งง่วนส่วย” เป็นองค์เทพที่เชี่ยวชาญในการปราชญ์เป็นอย่างยิ่ง เป็นที่นิยมสักการะของนักเรียน นักศึกษา ในการจะไปสมัครสอบครั้งสำคัญ
4 ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน (จ.อุดรธานี)
ในตัวเมืองอุดรธานีวันนี้ มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะ “ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน (จ.อุดรธานี)” ซึ่งก่อสร้างขึ้นด้วยทุนกว่า 15 ล้านบาท โดยพี่น้องชาวจีนคณะกรรมการศาลเจ้าปู่-ย่า สมัยที่ 58 และเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2556 เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวจีนพลัดถิ่น ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ตั้งรกรากประกอบธุรกิจการค้าจนรุ่งเรืองเป็นเจ้าสัวอยู่ในเมืองอุดรธานีมาถึงทุกวันนี้
3 อุทยทานประวัติศาสตร์ภูพระบาท”
ไม่น่าเชื่อเลยว่า บนเทือกเขาภูพานอันลึกเร้น เนื้อที่กว่า 3,430 ไร่ ในเขตตำบลบ้านผือปัจจุบันนี้ หากย้อนกลับไปเมื่อ 2,000-3,000 ปีก่อน จะเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ พากันมาตั้งชุมชนทางศาสนาพุทธสมัยทวารวดี โดยใช้ภูมิประเทศอันโดดเด่น เป็นลานหิน ป่าละเมาะเตี้ยๆ และกลุ่มหินเทินรูปทรงประหลาดจำนวนมาก เป็นศาสนสถานและที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ที่นี่คือ “อุทยทานประวัติศาสตร์ภูพระบาท” ซึ่งมีหอนางอุษาเป็น Landmark โดดเด่นที่สุด
วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง
ดินแดนที่เคยมีผู้คนอาศัยเมื่อกว่า 5,000-1,800 ปีล่วงมาแล้ว เป็นแหล่งชุมชนที่มีอารยธรรม และเทคโนโลยีขั้นสูง สามารถเพาะปลูกพืชผล เลี้ยงสัตว์ ทำเกษตรกรรม หลอมโลหะ ประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะสามารถปั้นเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบสีแดง คล้ายรูปขดก้นหอย อันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเชียงแท้ๆ
1 วัดป่าภูก้อน
ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี อันเป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย วัดป่าภูก้อน เกิดจากความดำริของพุทธบริษัทผู้ตระหนักถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่ และความสำคัญของป่าไม้ธรรมชาติที่เหลือน้อยลงทุกวัน โดยมุ่งดำเนินตามรอยพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร ตลอดจนสัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ เพื่อให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย วัดป่าภูก้อนเป็นวัดในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูง-น้ำโสม บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี เป็นวัดที่ถูกต้องตามระเบียบกรมการศาสนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 และได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้เข้าทำประโยชน์ เพื่อจัดตั้งพุทธอุทยาน มีเนื้อที่ 1,000ไร่ เมื่อปี พ.ศ. 2531 ได้รับขนานนามว่า "พุทธอุทยานมหารุกขปาริชาติ" โดยมีท่านพระครูจิตตภาวนาญาณ (ชาลี ถิรธมฺโม) เป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอนายูง

สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)